
เตรียมภาชนะสำหรับใส่เลือดหมู (ภาชนะนี้ใส่นํ้าไว้ก่อน) จากนั้นนำนํ้าในภาชนะราดไปที่ตัวของหมู่ ๓ จุด คือ หัว ลำตัว และบริเวณสะโพกขาหน้าทั้งสองข้าง ราดนํ้าลงไปอย่างละ ๓ ครั้ง จากนั้นจึงทำการฆ่าหมู เมื่อหมูตายลงจะชำแหละไปที่ท้องนำชิ้นส่วนที่เป็นไตข้างใดข้างหนึ่งและส่วนที่เป็นไส้อ่อน นำมาต้มเพื่อนำไปเซ่นศพ ตัดหมูบริเวณสะโพกออกจากลำตัว ชำแหละสะโพกออกเป็น ๒ ข้าง โดยข้างที่ ๑ จะทำเป็นอาหารให้กับผู้ที่ไปช่วยทำโรงศพ ข้างที่ ๒ จะนำมาประกอบอาหารเลี้ยงผู้ที่ไปช่วยทำโรงศพหลังจากกลับมาถึงบ้านแล้ว ในส่วนที่เหลือ เช่น ลำตัว ขาหน้าทั้งสองข้าง นอกจากจะทำเป็นอาหารเลี้ยงคนที่มาร่วมงานแล้ว ส่วนหนึ่งจะมอบให้แก่ผู้ที่นำอุปกรณ์ไปช่วยทำโรงศพ เช่น มีด ขวาน เลื่อย โดยจะนำไปแขวนไว้หน้าบ้านของแต่ละคน แต่มีข้อห้ามว่า ห้ามมอบให้กับครอบครัวที่เป็นลูกสาวของผู้ตายเท่านั้น การมอบหมูให้นี้ถือเป็นการแสดงความขอบคุณ เมื่อคณะผู้ทำโรงศพไปถึงป่าและคัดเลือกต้นไม้ได้แล้ว ก่อนที่จะทำการตัดต้นไม้จะต้องนำไก่หรือหมู อย่างใดอย่างหนึ่งจำนวน ๑ Continue reading →
จะต้องเป็นคนจัดหามา) ชิ้นส่วนของหมูที่เป็นไส้อ่อนกับไตจะนำไปเซ่นศพ และหากยังไม่มีการนำศพไปฝัง หากมีการฆ่าหมูก็จะต้องนำชิ้นส่วน ๒ อย่างนี้ สำหรับเซ่นศพทุกครั้ง ในส่วนที่เหลือจะนำไปทำเป็นอาหารเลี้ยงคนที่มาช่วยงาน
การนำคนตายใส่โลงศพ
ก่อนที่จะนำโรงศพเข้าบ้าน จะนำนํ้าอุ่นมาทำความสะอาดโรงศพทั้งด้านนอกและด้านใน จากนั้นนำเหล้าขาวเช็ดซํ้าด้านในให้แห้งอีกครั้ง ปูพื้นโลงศพด้วยสำลี แล้วจึงยกโลงศพเข้าบ้านนำผู้ตายใส่ไปในโรงศพหันหัวไปทางทิศใต้ และก่อนที่จะปิดฝาโลงผู้มาร่วมงานคนใดคนหนึ่ง จะทำการเปิดผ้าที่ปิดใบหน้าของศพ ใช้สำลีทำความสะอาดอีกครั้งพร้อมกับพูดว่า “ชี-เออหง่าแดะ-เออเด่อถ่าบิม้อเล กื่อหล่องยอคะหบิหบิแอจ้อเล” (ครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นหน้า ขอให้วิญญาณไปสู่สุคติและอย่ามารังควานรบกวน ทั้งที่เป็นนิมิตหรือทำให้เกิดฝันร้ายแก่กันและกันเลย ขอวิญญาณจงช่วยคุ้มครองคนในครอบ Continue reading →
เครื่องประกอบพิธีมี ดังนี้
๑. กิ่งใบเฟิร์น จำนวน ๓ กิ่ง
๒. ใบกื่อชุ้ม เท่าจำนวนคนที่ร่วมอำลาศพ
๓. ข้าวเปลือก จำนวน ๑ จาน
๔. หอย “หู่สี่” จำนวน ๙ ตัว
๕. ข้าวสุกห่อด้วยใบตองขนาดเท่าไข่ไก่ จำนวน ๑ ห่อ
๖. ข้าวสาร จำนวนเล็กน้อย
๗. ขิง จำนวนเล็กน้อย
๘. เกลือ จำนวนเล็กน้อย
๙. ถ้วย จำนวน ๓ ใบ
๑๐. มีดสำหรับใช้ฆ่าหมู จำนวน ๑ เล่ม Continue reading →
เพื่ออุทิศส่วนบุญไปยังผู้ตาย จากนั้นจะทำการมอบหมูให้กับเครือญาติและคนที่เกี่ยวข้องตามจารีตประเพณีมี ดังนี้
๑. ปากถึงลูกตา คนแรกที่ตัดต้นไม้สำหรับทำโลงศพ “ดะข่อเด่อด่อเออะก่า”
๒. สมองกับลิ้น คนตัดไม้สำหรับหามโลงศพกับคนทำเชือกมัดโลงศพ “เซอ โหย่เซอจ๊ะ”
๓. ซี่โครง ๑ ซี่ คนไปเก็บใบเฟิร์น “ดะนาแข่เออะ”
๔. ซี่โครง ๑ ซี่ ช่างตีเหล็กประจำหมู่บ้าน “บ่าหยี่”
๕. ซี่โครง ๑ ซี่ ญาติที่เป็นพี่หรือเป็นน้องของย่า “ผี่โวเยเถ่” ของผู้ตายที่เป็นชาย
๖. ซี่โครง ๑ คู่ ตระกูลฝ่ายแม่ของผู้ตายที่เป็นชาย “หม่าโว้ย แหย่หยุง”
๗. ซี่โครง ๑ คู่ ญาติของลูกสะใภ้ที่เป็นชาย
๘. ชายโครงตรงสะโพก ๑ ข้าง ผู้นำวัฒนธรรมและการปกครอง “เจ่วมา” Continue reading →
บนหลุมฝังศพ จากนั้นก็จะเดินกลับบ้าน สำหรับขั้นตอนการฝังศพ เท่าที่ผู้วิจัยสังเกตเห็น จะใช้เวลาไม่นานนัก ประมาณ ๔๐ นาที
การเดินกลับบ้าน “แม้กู่กู่ล้องข่องเล้ว-เออ โอ่ลา-เออ” หลังจากทำการฝังศพเรียบร้อยแล้วก่อนเดินกลับบ้าน คนใดคนหนึ่งที่ไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติของผู้ตาย จะไปเด็ดกิ่งไม้โดยจะต้องให้มีใบติดอยู่ด้วยและเป็นไม้ที่คนกินไม่ได้มา ๓ ชนิด อย่างละ ๓ กิ่ง ในการเดินกลับจะเดินเป็นแถวตอนยาว โดยไม่หันกลับไปมองที่ป่าช้าอีก โดยฝ่ายผู้เป็นญาติของผู้ตายคนใดคนหนึ่งจะเดินออกมาเป็นคนแรก คนที่เดินตามมาเป็นคนที่สอง คือ คนที่ไปเก็บกิ่งไม้ เมื่อเดินมาถึงกึ่งกลางทางระหว่างที่ทิ้งผ้า “พะแฉ่โด่-เออะ” กับหลุมฝังศพของผู้ตาย ก็จะวางกิ่งไม้ทั้ง ๓ กิ่ง ลงกลางทางเพื่อให้คนที่ไปร่วมฝังศพเดินข้าม และคนที่ไปร่วมฝังศพจะต้องกลับมาบ้านของผู้ตายก่อน เพื่อทำการล้างมือล้างเท้าด้วยนํ้าอุ่นที่เจ้าของบ้านเตรียมใสภาชนะไว้หน้าบ้าน เพราะมีความเชื่อว่า ในขณะที่ไปป่าช้าอาจไปเหยียบรอยเท้า Continue reading →